รีวิวหนัง 007 No Time to Die พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ (2021)

หลังจากที่เลื่อนฉายเพราะสถานการณ์โควิด-19 ยาวนานสามครั้งสามครา รวมเวลาก็นานนับปี ในที่สุด ภาพยนตร์แฟรนไชส์สายลับเจมส์ บอนด์ 007 ภาคที่ 25 ในชื่อว่า ‘No Time To Die’ ก็ได้ฤกษ์เข้าฉายอย่างเป็นทางการซะที ดูหนัง007 No Time to Die พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ (2021)

เรื่องย่อ

เจมส์ บอนด์ สายลับ 007 หลังจากที่เขาพยายามที่จะวางมือจากการเป็นสายลับและใช้ชีวิตส่วนตัวกับแฟนสาวคนใหม่ที่ได้แอบซ่อนเงื่อนงำบางอย่างในวัยเด็ก จนกระทั้งองค์กรอาชญากรรม สเป็คเตอร์ ได้ส่งนักฆ่าเข้ามากำจัดเขาอีกครั้งพร้อมกับลูกสาวของหัวหน้าองคกร์ที่กำลังพยายามจะสร้างครอบครัวกับ 007 แต่ไม่นานความหวังของพวกเขาก็พังทลายลงด้วยแผนการทำลายล้างโลกขององกร์ลับที่มีเทคโนโลยีทำลายล้างขั้นสูง ซึ่งจะมีเพียง เจมส์ บอนด์ เท่านั้นที่อยู่ยั้งแผนการร้ายในครั้งนี้ อีกทั้งความลับบางอย่างของเขากำลังจะถูกเปิดเผย

สำหรับ ‘No Time To Die’ ภาคนี้เล่าเรื่องถึงเจมส์ บอนด์ ที่วางมือจากการเป็นนักสืบไปแล้ว และใช้ชีวิตอยู่ที่จาไมกา พร้อมกับคนรักอย่าง ‘ดร. เมเดอลีน’ (Léa Seydoux) จากภาคที่แล้ว ‘Spectre’ (2015) ที่ในภาคนี้จะได้เห็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่แบบชัดเจนยิ่งขึ้น แต่สายลับบอนด์กับ ดร. เมเดอลีนที่กำลังพักผ่อนอยู่ที่อิตาลีกลับอยู่สุขได้ไม่นาน เพราะ ‘เฟลิกซ์ เลเตอร์’ (Jeffrey Wright) เพื่อนเก่าจากหน่วยซีไอเอ มาขอให้เขาไปช่วยตามหานักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย ที่ถูกลักพาตัวไปพัฒนาอาวุธเชื้อโรคร้ายแรง “โปรเจกต์ เฮราคลีส” (Project Heracles) ที่ ‘ซาฟิน’ (Rami Malek) เป็นเจ้าของ

ตัวอย่าง