รีวิวหนัง Benedetta เบเนเดตต้า ใครอยากให้เธอบาป

เบเนเดตตา (เวอร์จินี เอฟิรา) หญิงสาวที่เกิดในครอบครัวที่เพียบพร้อมทุกอย่างแล้วครอบครัวของเธอก็เคร่งศาสนาคริสต์ พวกเขาจึงต้องการปลูกฝังความบริสุทธิ์ของเธอทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนำเธอไปให้แม่ชีเป็นคนเลี้ยงดูในนิกายคอนแวนต์ตั้งแต่ยังเด็ก พร้อมกับเงินบริจาคที่มอบให้วัด ด้วยความเชื่อเรื่องพระเยซูมาโดยตลอดพอเธอเติบโตถึงอายุสามสิบชีวิตของเธอก็มาถึงจุดพลิกพัน

Benedetta เป็นผลงานเรื่องล่าสุดของ พอล เวอร์โฮเวน ในวัย 83 ปี ที่เขาเลือกหยิบนิยาย Immodest Acts: The Life of a Lesbian Nun in Renaissance Italy ปี 1987 ของ จูดิธ ซี.บราวน์ มาเป็นเนื้อหาต้นฉบับ ที่ได้ เจอร์ราร์ด โซเทแมน (Gerard Soeteman) เพื่อนเก่ามาร่างบทไว้ตั้งแต่หนังสือออกมาใหม่ ๆ แต่ช่วงนั้นโวเฮอร์เวนกำลังงานชุกอยู่ในฮอลลีวูด จนผ่านเลยมาถึงในช่วงท้ายนี้ ที่เวอร์โฮเวนย้อนคิดถึงโปรเจกต์นี้แล้วหยิบบทมาปัดฝุ่นเสียที มอบหน้าที่ให้ เดวิด เบิร์ก (David Birke) รับหน้าที่เกลาบทในเวอร์ชันสุดท้าย ร่วมกับตัวเวอร์โฮเวนเอง

แค่เห็นตัวอย่างหนัง และเรื่องย่อก็น่าจะพอสรุปได้แล้วว่า Benedetta เป็นหนังที่ช่างเข้าทางกับพอล เวอร์โฮเวนเสียจริง เพราะมีครบทั้งเซ็กซ์ ความรุนแรง และรอบนี้ช่างหมิ่นเหม่และฉาวโฉ่รุนแรงเสียเหลือเกิน เพราะเนื้อหาพูดถึงแม่ชีผู้มีตัวตนจริงในคอนแวนต์ประเทศอิตาลี ในช่วงศตวรรษที่ 17 ซึ่งเธอเป็นเลสเบี้ยนตัวจริงตามชื่อหนังสือเลยละ ซึ่งบทนำนี้ เวอร์โฮเวนเลือกใช้บริการของ เวอร์จินี เอฟิรา (Virginie Efira) นักแสดงนำจาก Elle ผลงานเรื่องก่อนหน้าของเวอร์โฮเวนเอง เนื้อหาย้อนเล่าถึง เบเนเดตตา เด็กหญิงที่เกิดในครอบครัวมั่งมี ซึ่งครอบครัวศรัทธาในศาสนาคริสต์อย่างแรงกล้า ถึงกับปลูกฝังให้เบเนเดตตาศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า และนำตัวเธอมามอบให้เป็นชีในคอนแวนต์ตั้งแต่อายุยังน้อย ในฐานะภรรยาของเยซูเจ้า แถมยังต้องจ่ายเงินค่าแรกเข้าที่แพงหูฉี่

ประเด็นที่เร่งให้หนังชวนติดตามยิ่งขึ้น เริ่มจากตอนที่เบเนเดตตามองเห็นพระเยซูในยามถูกตรึงกางเขน แล้วเธอเกิดการหลั่งเลือดในตำแหน่งศักดิ์สิทธิ์ นั่นก็คือฝ่ามือ ฝ่าเท้า และรอบศีรษะ เป็นการตอกย้ำว่าเธอคือชีผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากพระเจ้าตัวจริง ส่งให้เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นคุณแม่อธิการ เจ้าคณะสั่งปลดคุณแม่อธิการคนเดิม รับบทโดย ชาร์ลอต แรมพลิง (Charlotte Rampling) นักแสดงมีชื่อคนเดียวในเรื่องนี้ กรณีนี้สร้างความกังขาและบาดหมางกับคุณแม่อธิการคนเก่าและคริสติน่า ลูกสาวของเธอที่เป็นชีอยู่ที่นี่ด้วย เรื่องราวรุนแรงขึ้นจนไปถึงหูของตัวแทนพระสันตะปาปาจากฟลอเรนซ์ ต้องมาสืบสวนและตัดสินคดีที่คอนแวนต์บ้านนอกแห่งนี้ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่กาฬโรคระบาดหนักในอิตาลี เหตุการณ์ตึงเครียดทั้งหมดล้วนเป็นการปูทางไปสู่ไคลแมกซ์ที่เข้มข้นใน 20 นาทีสุดท้ายของเรื่อง ที่เต็มไปด้วยภาพความรุนแรงแบบถนัดมือของพอล เวอร์โฮเวน ที่ทำให้แฟน ๆ รุ่นเก่าหายคิดถึงได้เลย

ตัวอย่าง