รีวิวหนัง The Legend of La Llorona (2022)

พลังที่ลี้ลับและชั่วร้ายกำลังเกาะกินลูกชายที่มีลูกสามคนของครอบครัวหนึ่งในระหว่างที่พวกเขาพักผ่อนในเม็กซิโกที่แคนเดิลวูดส์ ไม่นานความหวังที่จะปลดปล่อยลูกชายของเขาจากอิสระคือตามหาต้นต่อของการแก้ไขคำสาปและลูกชายที่หายตัวไป อย่างไรก็ตามอำนาจมืดของวิญญาณได้มีเงือนงำกับแกงค์ค้ายาในพื้นที่ซึ่งพวกเขาจะต้องเผชิญแล้วพบว่า La Llorona ต้องการให้พวกเขาทำบางสิ่งบางอย่าง

The Legend of La Llorona (2022) - Movie Review

เรื่องราวของครอบครัวแคนเดิลวูดได้แก่ แอนดรูว์ , คาร์ลี และ แดนนี่ ลูกชาย ที่ได้จองบ้านพักในเม็กซิโก เพื่อพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศสักเดือนหนึ่ง เมื่อพวกเขามาถึงก็ได้รับการต้อนรับจากเวโรนิก้า จนเมื่อแดนนี่เริ่มเข้าใกล้น้ำ ไม่นานเขาก็ถูกผู้หญิงชุดขาวจากในน้ำตามตำนานที่ชื่อว่า ลาโรโยน่า พาตัวไป เธอพยายามจะพาตัวแดนนี่ไปให้ได้และตอนนี้เธอเริ่มแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาจะปกป้องลูกจากลาโรโยน่าได้หรือไม่

เป็นภาคใหม่ที่แยกออกไปจาก The Curse of La Llorona (2019) คำสาปมรณะจากหญิงร่ำไห้ ซึ่งไม่ต่อเนื่องกัน ใช้ตัวละครคนละชุดกัน ซึ่งตามชื่อเรื่องจะเกี่ยวข้องกับตำนานลาโรโยน่า แต่ในเนื้อเรื่องกลับไม่ได้เน้นไปที่ตำนานลาโรโยน่า ซึ่งก็มาแนวคล้าย ๆ กัน ไม่ได้แปลกใหม่เท่าไหร่ โดยจะเน้นไปที่ครอบครัวหนึ่งที่ต้องออกตามหาลูกที่ถูกลาโรโยน่าลักพาตัวไปและปกป้องลูกจากลาโรโยน่า ซึ่งก็ฉายตัวละครที่ตามหาเด็ก เสียงเด็กร้องเรียกแม่ แล้วก็ถูกลักพาตัวไป ฉายแบบนี้วนไปวน

The Legend of La Llorona (2022) - Movie Review : Alternate Ending

มาทั้งเรื่อง โดยเปิดเรื่องฉายถึงครอบครัวหนึ่งที่มีแม่และลูกสองคน ซึ่งเป็นการฉายถึงเรื่องราวของลาโรโยน่าเล็กน้อย ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครที่เดินทางมาพักผ่อน ก่อนที่จะฉายถึงป้ายประกาศคนหาย ซึ่งล้วนเป็นเด็กทั้งสิ้น และเมื่อมาถึงที่พักก็ฉายถึงตัวละครที่ดูมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งมีฉายถึงเรื่องราวในอดีตของตัวละครนี้บ้าง จากนั้นก็ฉายถึงบางสิ่งแปลก ๆ จนค่อย ๆ ฉายถึงลาโรโยน่าและฉายถึงเรื่องราวที่มาที่ไปของเธอ แต่กลับดูไปดูมากลายเป็นหนังตลกไม่มีความน่ากลัวเลย รวมทั้งการเลือกตัวละครบางคนก็ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่

ตัวอย่าง